Showing posts with label อเมริกา. Show all posts
Showing posts with label อเมริกา. Show all posts

Thursday, December 23, 2010

โมโตโรล่า



โมโตโรล่า(Motorola) ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากสหรัฐอเมริกา เริ่มกิจการเมื่อ ค.ศ. 1928 ในชื่อ เกลวิน แมนูแฟคเจอริ่ง คอเปอเรชั่น และเปลี่ยนชื่อมาเป็นโมโตโรล่าในปี ค.ศ. 1947 ผู้ก่อตั้งคือนายพอล เกลวิน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนมากของโมโตโรล่าเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล เคเบิลโมเด็ม วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ บลูทูธ กล้องวงจรปิด รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารทางการทหาร

โมโตโรล่ากับรัฐยิว

ในปี 1998 บริษัทโมโตโรล่าได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนายเบญจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในขณะนั้น ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดาบุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล

กล่าวได้ว่าโมโตโรล่าคืออาวุธของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล เพราะมีส่วนช่วยให้อิสราเอลดำเนินนโยบายปราบปรามชาวปาเลสไตน์ได้สะดวกขึ้น โมโตโรล่าสนับสนุนอุปกรณ์ทางการทหารให้กองทัพอิสราเอลเข้ายึดครองดินแดนและกดขี่พี่น้องชาวปาเลสไตน์ จากหลักฐานที่ปรากฏ อาทิเช่น ชนวนระเบิดที่ทิ้งทางอากาศ ปลอกกระสุน และเครื่องเรดาร์ชั้นสูง

ตามข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมอิสราเอล โมโตโรล่าอิสราเอล คือผู้ทำการวิจัย และพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับควบคุมการระเบิดเครื่องบิน และอุปกรณ์นำทาง โมโตโรล่าอิสราเอลคือผู้ผลิตหลักสำหรับอุปกรณ์ควบคุมการระเบิดของเครื่องบินรบอิสราเอล

อุปกรณ์ดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการกำหนดวิธีการ และการทำงานของระเบิด หนึ่งในอุปกรณ์จุดฉนวนระเบิดที่โมโตโรล่าผลิตคือ 980 Low Altitude Proximity Fuse สำหรับระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูงตระกูล MK-80

วันที่ 30 กรกฎาคม 2006 ในสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นต่อชาวเลบานอน อิสราเอลได้ใช้เครื่องบินรบบรรทุกระเบิด MK-84 เข้าโจมตีชาวเลบานอน ซึ่งเป็นระเบิดที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในตระกูล MK-80 อานุภาพการทำลายล้างที่รุนแรงของระเบิดในตระกูลนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างมากในเลบานอน โดยที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในเมืองกอนาของเลบานอน ได้ถูกโจมตีเสียหายอย่างหนักทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 28 คน รวมถึงเด็กๆ ด้วย อิสราเอลยอมรับว่าการทำลายล้างในครั้งนั้นเป็นผลมาจากระเบิด MK-84 ที่มีโครงสร้างผลิตในสหรัฐ และอิสราเอลได้นำมาพัฒนาให้มีอานุภาพในการทำลายล้างเพิ่มขึ้น ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์นำทาง และชุดควบคุมการระเบิดของโมโตโรล่า

หลังจากความโหดร้ายที่อิสราเอลได้กระทำไว้กับชาวเมืองกอนาของเลบานอน อิสราเอลได้สั่งซื้อระเบิด MK-84 จากสหรัฐเพิ่มอีกกว่า 3,500 ลูก และในอาชญากรรมสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นในดินแดนฆอซซะฮฺเมื่อต้นปี 2009 อิสราเอลได้ใช้ระเบิด MK-84 ขนาด 1 ตัน ซึ่งไม่เคยมีการใช้ที่ใดมาก่อน ในการทำลายสาธารณูปโภคพื้นฐานของชาวปาเลสไตน์

จากการก่ออาชญากรรมสงครามของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ในดินแดนฆอซซะฮฺ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ค้นพบส่วนประกอบของขีปนาวุธที่ผลิตโดยโมโตโรล่า ระเบิดดังกล่าวถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบินไร้คนขับที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ (Unmanned aerial vehicles :UAVs) ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวในอิสราเอล เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของโมโตโรล่าเท่านั้น นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ที่สำคัญถึงความใกล้ชิดระว่างอิสราเอล และโมโตโรล่า และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2009 ที่ผ่านมา อิสราเอลได้ตกลงซื้อ ชุดควบคุมลูกระเบิดจากโมโตโรล่ามูลค่ากว่า 20 ล้านดอลล่าสหรัฐ

นอกจากนี้โมโตโรล่ายังได้ถือหุ้น 9% ในบริษัทอัฟคอนอินดัสทรี่ของอิสราเอล ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ตรวจจับโลหะที่ใช้ในจุดตรวจต่างๆ ของอิสราเอลในการยึดครองดินแดนเวสแบงค์ และฆอซซะฮฺ ในเดือน ธันวาคม 2008 อัฟคอนชนะการประมูลในการจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยสำหรับระบบขนส่งทางรถไฟของอิสราเอลที่สร้างบนดินแดนของชาวปาเลสไตน์ที่เชื่อมต่อกรุงเยรูซาเล็มฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เพื่อหวังยึดครองพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของรัฐก่อการร้ายอิสราเอล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง http://www.inminds.co.uk/boycott-motorola.php

Monday, December 20, 2010

ดังกิ้นโดนัท : ต้องบอยคอต & ต้องสงสัย



ต้องบอยคอต


ดังกิ้นโดนัท (DUNKIN’ DONUTS) ร้านจำหน่ายโดนัท แฟนซีโดนัท คุ้กกี้ มันช์กินส์ มัฟฟิน แซนด์วิช และเครื่องดื่ม เจ้าของลิขสิทธิ์คือ ดังกิ้น โดนัท คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกัน ก่อตั้งขึ้น เมื่อปี ค.ศ.1951 โดยนายวิลเลียม โรเซนเบิร์ก ปัจจุบันมีร้านมากกว่า 8,800 แห่งทั่วโลก
นอกจากจะเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันแล้ว ดังกิ้นโดนัทยังได้ให้ความช่วยเหลือทหารอเมริกาและครอบครัว โดยเป็นผู้สนับสนุนให้กับองค์กร “บ้านสำหรับกองทัพของเรา” (Homes for Our Troops) ซึ่งเป็นองค์กรที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี2004 เพื่อช่วยเหลือทหารผ่านศึกอเมริกาที่ได้รับบาดเจ็บจากสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน โดยดังกิ้นโดนัทถือว่าทหารเหล่านั้นคือผู้เสียสละให้กับประเทศชาติ และเมื่อไม่นานมานี้ดังกิ้นโดนัท ได้จัดกิจกรรมวันกาแฟเย็น (Iced Coffee Day) ขึ้นเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2009 ในประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อประชาสัมพันธ์ให้คนมาซื้อกาแฟเย็น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้บริจาคผลกำไร 5 เซนต์ ต่อแก้วให้กับองค์กรดังกล่าว

ต้องสงสัย

ร้านดังกิ้น โดนัท นอกจากจะขายสินค้าที่ไม่หะล้าลปนอยู่ด้วย เช่น แซนด์วิชแฮม แล้ว ยังได้รับการเตือนถึงส่วนประกอบที่อาจไม่หะล้าล โดยเวบไซต์ของกลุ่มผู้บริโภคมุสลิม(Muslim Consumer Group: MCG) ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกมาเตือนถึงส่วนประกอบที่ต้องสงสัยว่า ดังกิ้นโดนัทหลายรายการมีส่วนประกอบของแอล-ซีสเตอีน(L-Cysteine) ซึ่งอาจสกัดมาจากแหล่งที่ไม่หะล้าล คือขนเป็ด ขนไก่ รวมถึงเส้นผมของมนุษย์ด้วย ทั้งนี้แอล-ซีสเตอีนที่ใช้ในอเมริกาส่วนมากผลิตจากเส้นผมคนเนื่องจากมีราคาถูก ผลิตภัณฑ์ของร้านดังกิ้นโดนัท ที่ทางกลุ่มผู้บริโภคมุสลิมในสหรัฐอเมริกาได้ออกมาเตือนประกอบไปด้วย 1. ช็อกโกแลต โคโคนัท เค้ก โดนัท 2. ช็อกโกแลต เกลซ เค้ก โดนัท 3. ดับเบิ้ล ช็อกโกแลต เค้ก โดนัท 4. วีธ เกลซ เค้ก โดนัท 5. เกลซ ช็อกโกแลต เค้ก มันช์กินส์ 6. เกลซ ช็อกโกแลต เค้ก สติ๊ก 7. เบเกิล
และจากกระดานเสวนาของศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เกี่ยวข้องได้ออกมาให้ข้อมูลที่เกี่ยวกับส่วนผสมของแป้งโดนัทว่า “กรณีของแป้งโดนัทนี้ คงต้องสืบไปถึงผู้ผลิตว่าในการผลิตแป้งของบริษัท มีการใช้ส่วนผสมอะไรบ้าง ซึ่งถ้าพูดถึงส่วนผสมจากเส้นผม นั่นก็คือใช้เป็นแหล่งแอล-ซีสเตอีนที่ทำให้แป้งนุ่มขึ้นและยืดหยุ่นขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ไม่ได้ใช้กันทุกที่ ทุกบริษัท แต่เป็นปัญหาที่เจอในปัจจุบันว่า อาจปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์หลายๆผลิตภัณฑ์”
ทั้งนี้ ฟัตวาเกี่ยวกับแอล-ซีสเตอีนมีปรากฏอยู่ในอิสลามเว็บซึ่งดูแลโดยดร.อับดุลลอฮฺ อัล-ฟากีฮฺ โดยระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากผมคนเป็นที่ต้องห้าม สามารถดูรายละเอียดได้ที่
http://www.islamweb.net/ver2/Fatwa/ShowFatwa.php?lang=E&Id=90343&Option=FatwaId

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.homesforourtroops.org/site/News2?page=NewsArticle&id=6775&news_iv_ctrl=1441
http://www.muslimconsumergroup.com/Events.do?menu=Events&eventAction=eventdetail&eventId=245
http://www.halalscience.org/th/main/webboard.php?option=answers&qNo=23&kword=
http://www.albalagh.net/halal/col2.shtml

เทสโก้ โลตัส



ในปี 2537 โลตัสซูเปอร์เซ็นเตอร์ (Lotus SUPERCENTER) ได้ถือกำเนิดขึ้นจากกลุ่ม C.P. (เครือเจริญโภคภัณฑ์) เป็นกลุ่มไฮเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ของไทย ในนามของบริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด พอช่วงวิกฤติเศรษฐกิจฟองสบู่แตกของประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2540 กลุ่ม C.P.จึงต้องขายหุ้นให้กับกลุ่มเทสโก้(TESCO) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจค้าปลีกข้ามชาติจากสหราชอาณาจักร จนกลายเป็น เทสโก้ โลตัส (TESCO Lotus) มาจนถึงทุกวันนี้

ห้างยิว
เทสโก้ถือเป็นห้างค้าปลีกประเภทของชำที่ใหญ่อันดับ 3 ของโลก รองจากวอล-มาร์ทของสหรัฐฯ และคาร์ฟูร์ของฝรั่งเศส สำหรับประวัติความเป็นมาของเทสโก้นั้น เริ่มเมื่อปี 1919 เมื่อแจ๊ก โคเฮน ทหารหนุ่มชาวอังกฤษวัย 21 ปี ลูกของยิวโปแลนด์ ผู้รับใช้ชาติในกองทัพอากาศช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เดินทางกลับมาพร้อมเงินรางวัล 30 ปอนด์ ซึ่งเขาใช้แลกเสบียงประเภทข้าวสารอาหารแห้งทั้งหมด จากนั้นก็เปิดแผงลอยในอีสต์ลอนดอนขายของชำพวกนี้ ธุรกิจดำเนินไปด้วยดีจนถึงปี 1924 โคเฮนจึงได้ตั้งบริษัท “เทสโก้” ขึ้น และภายหลังเขาก็ได้แต่งงานกับซาร่า ฟอกซ์ ลูกสาวของชาวยิวรัสเซีย

ค้าปลีกข้ามชาติ
นอกจากมุสลิมจะบอยคอตเทสโก้ โลตัส ซึ่งถือว่าเป็นห้างค้าปลีกข้ามชาติจากอังกฤษ หนึ่งในประเทศที่สนับสนุนศัตรูอิสลามแล้ว เราจะพบว่าประชาชนชาวไทยในหลายภาคส่วนก็ได้ร่วมรณรงค์ให้บอยคอตห้างเทสโก้ด้วย เหตุผลหลักก็เนื่องมาจากร้านค้าปลีกข้ามชาติแห่งนี้ได้รุกขยายสาขาออกไปมากมาย ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการรายย่อยเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน(ครส.) ยังได้ออกแถลงการณ์ “ไม่เข้า ไม่ซื้อ ไม่สนับสนุน” No-Lotus อีกด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.smethailandclub.com/web/category/print/id/141
http://en.wikipedia.org/wiki/Jack_Cohen_(Tesco)
http://www.oknation.net/blog/humanrights

Wednesday, December 15, 2010

บริษัท ซาร่า ลี (Sara Lee)



ซาร่า ลี ( Sara Lee) เป็น บริษัทสัญชาติอเมริกา จำหน่ายสินค้าครอบคลุมประมาณ 200 ประเทศทั่วโลก และบริษัทข้ามชาติรายนี้อยู่ในเมืองไทยมากว่า 20 ปี เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค อันได้แก่ กาแฟมอคโคน่า (Moccona) ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องหนังกีวี (Kiwi) น้ำยาทำความสะอาดพื้นกีวี คลีน (Kiwi Kleen) น้ำหอมปรับอากาศแอมบิเพอร์ (Ambi Pur) ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงริดเซ็คท์ (Ridsect) ชาพิควิค (Pickwick) เป็นต้น

และ เช่นเคยบริษัทอเมริกาที่เราต้องบอยคอตแห่งนี้ ไม่พลาดที่จะเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดา บุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล โดยในปี 1998 นาย Lucien Nessim ตัวแทนบริษัทซาร่า ลี ได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนาย เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ณ เวลานั้น

นอกจากนี้บริษัทซาร่า ลี ยังได้เข้าถือหุ้นในบริษัท Delta Galil ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสิ่งทอชั้นนำของประเทศอิสราเอล ทั้งนี้บริษัท Delta Galil ถือเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำทางด้านเครื่องนุ่งห่มของโลก ที่มีฐานการผลิตในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http://www.inminds.co.uk/boycott-sara-lee.html

Monday, December 13, 2010

Walt Disney Company


มิกกี้เม้าส์ หมีพูห์ ซินเดอเรลร่า สโนไวท์ โดนัลดักส์ ฯลฯ เหล่านี้คือชื่อของตัวการ์ตูนชื่อดังที่เด็กๆรวมถึงผู้ใหญ่ต่างคุ้นเคยกันดี เจ้าของภาพยนตร์และลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนเรื่องดังกล่าวก็คือบริษัท วอลท์ ดิสนีย์ (The Walt Disney Company) ซึ่งเป็นบริษัทสื่อมวลชนและเครื่องเล่นชื่อดังของโลก สำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองเบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา นอกจากนี้บริษัท วอลท์ ดิสนีย์ ยังเป็นผู้ครอบครองสื่อชื่อดังอย่าง ABC (American Broadcasting Company) ซึ่งเป็นเครือข่ายโทรทัศน์ที่ใหญ่ยักษ์ในอเมริกา
หลักฐานในอดีตที่แสดงให้เห็นว่าดิสนีย์สนับสนุนการขยายอาณาเขตของชาวอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ คือการจัดนิทรรศการวอลท์ ดิสนีย์ มิลเลเนี่ยมขึ้นในรัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา โดยนิทรรศการนี้ได้ถูกใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งของอิสราเอลเพื่อรณรงค์ให้โลกยอมรับการเรียกร้องสิทธิเหนือแผ่นดินเยรูซาเล็ม ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ใช้เงินถึง 8 ล้านดอลลาร์ โดยอิสราเอลได้ให้เงิน 1.8 ล้านดอลลาร์ เพื่อส่งเสริมการจัดงานดังกล่าว

ยิวครองดิสนีย์

ก่อนที่ดิสนีย์จะเข้าสู่ธุรกิจโทรทัศน์นั้น ดิสนีย์ ยิ่งใหญ่ในแวดวงภาพยนตร์มาก่อน อาณาจักรบันเทิงของดิสนีย์ ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ เรียกว่า ‘วอลท์ดิสนีย์ โมชั่น พิกเจอร์ กรุ๊ป’ภายใต้การบริหารงานของวอลท์ ดิสนีย์ สตูดิโอ ซึ่งมี โจเซฟ อี. รูธ ชาวยิวเป็นหัวเรือใหญ่คุมทั้ง วอลท์ดิสนีย์สตูดิโอ, วอลท์ ดิสนีย์ พิกเจอร์, ทัชสโตน พิกเจอร์, ฮอลลีวู้ด พิกเจอร์ และคาราวานพิกเจอร์ โดยปัจจุบันนี้คาราวาน พิกเจอร์ที่รูธก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี 1993 บริหารงานภายใต้การนำของ โรเจอร์ บิทบาวม์ซึ่งเป็นชาวยิวเช่นกัน อีกบริษัทหนึ่งที่ดิสนีย์ตั้งขึ้นก็คือ มิราแม๊กซ์ ฟิล์ม บริหารโดยสองพี่น้อง บ๊อบและฮาร์วีย์ เวนสไตน์ สองคนนี้ก็เป็นยิว เรียกได้ว่าอาณาจักร วอลต์ ดิสนีย์น่าจะเป็นอาณาจักรบันเทิงที่ถือว่ากลั่นมาจากความคิดและมันสมองยิวมากที่สุดแห่งหนึ่ง
เดิมทีผู้ก่อตั้งวอลต์ ดิสนีย์ ไม่ได้เป็นยิว แต่ดิสนีย์เริ่มกลายเป็นยิว เมื่อชาวยิวชื่อไมเคิล อีสเนอร์ เข้าซื้อกิจการของ วอลต์ ดิสนีย์ ในปี1984 ปัจจุบันประธานและซีอีโอของวอลท์ ดิสนีย์ก็เป็นยิว เมื่อยิวได้ดิสนีย์มาครอง ตัวการ์ตูนอย่าง สโนว์ไวท์ หรือมิ๊กกี้เม้าท์ก็เริ่มพูดจาแปลกไป เช่น มิ๊กกี้เม้าท์ชวนลุงกุ๊ฟฟี่ไปเที่ยวฉลองเทศกาลฮานุกกา(เทศกาลของยิว)บ้างล่ะ ไปเที่ยววันติช-ชาบาบ บ้างล่ะ ในปี 1995 อีสเนอร์ก็เข้าซื้อหุ้น ABC, Inc. ซึ่งเป็นเจ้าของ สถานีโทรทัศน์ ABC ซึ่งมีสถานีครอบคลุมตลาดฐานผู้บริโภคเมืองใหญ่ๆ ต่อมา ABC ได้ เข้าไปซื้อหุ้นใหญ่ใน ESPN ซึ่งเป็นสถานีกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซีอีโอของ ESPN ในเวลานั้นก็คือ สตีเฟ่น บอร์นสเตน ซึ่งเป็นยิวเช่นกัน

ข่าวความตกต่ำ

แคลิฟอร์เนีย 19 ก.พ.52 - จากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในสหรัฐอเมริกาส่งผลให้กำไรประจำไตรมาสของวอลต์ ดิสนีย์ลดลงถึงร้อยละ 32 และมีแผนการปลดพนักงานในหลายส่วนทำให้นายโรเบิร์ต อิเกอร์ ประธานบริหารวอลต์ ดิสนีย์ กล่าวว่า “สถานการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจที่เลวร้ายที่สุดในช่วงชีวิต” [สำนักข่าวไทย]

แหล่งอ้างอิง
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=393053 [บล็อก อาจารย์ชาฟิอีย์ ศาสนพิจิตร]
http://en.wikipedia.org/wiki/Disney
http://www.inminds.co.uk/boycott-disney.html

Friday, November 26, 2010

บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน



จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกา มีบริษัทในเครือมากกว่า 250 บริษัท ใน 57ประเทศทั่วโลก สินค้าที่รู้จักกันดีได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเด็ก เช่น แป้ง แชมพู ครีม โลชั่น ,โมเดส, แคร์ฟรี ,นิวโทรจีน่า , คลีนแอนด์เคลียร์, แป้งชาวเวอร์ทูชาวเวอร์ , ลิสเตอรีน ,แอคคิววิว,ไทลีนอล,ไหมขัดฟันรีช,แบนด์เอด ฯลฯ โดยผลิตภัณฑ์หลายรายการได้ครองส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ในอันดับที่ 1 นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้เข้าซื้อกิจการเวชภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากที่สุดแห่งหนึ่ง ส่งผลให้บริษัทฯ เป็นเจ้าของยารักษาโรคหลายรายการ และยังสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีชั้นสูงทางด้านการแพทย์ได้อีกด้วย

ความสัมพันธ์กับอิสราเอล

- บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ทำการซื้อบริษัทสัญชาติอิสราเอลชื่อ "Biosene" จำนวน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้ขบวนการแพทย์ให้อิสราเอลได้เริ่มต้นอย่างฉลุย โดยเปิดที่ทำการในอิสราเอลใกล้กับ "Shfayim"
– ในปี 1998 ผู้แทนบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน นายโรเจอร์ เอส ไฟเนียน รับรางวัล "Jubilee Award" จากนายกรัฐมนตรีอิสราเอล นายเนทานยาฮู ซึ่งนับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้กับบุคคลและองค์กรที่มีให้การสนับสนุนทางการเงินและมีความสัมพันธ์อันดีทางการค้ากับอิสราเอล ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจอิสราเอล
- จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทสัญชาติอิสราเอลชื่อ "Israel's Life Sciences Industry" ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในอิสราเอล ก่อตั้งประมาณปี 2004 โดยได้รับเงินสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลยิวและจากภายนอก ซึ่งบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ได้เข้าร่วมทุนก่อตั้งบริษัทแห่งนี้ในนามของบริษัท "Johnson & Johnson Development Corporation" โดยให้เงินสนับสนุนประมาณ 28 % ขององค์รวม เพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมด้านสุขภาพใหม่ๆ ออกสู่ท้องตลาด

Sources
- http://inminds.co.uk/boycott-johnson-and-johnson.html
- http://www.ilsi.org.il/industry_financing_history.asp
-รายงานประจำปีบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ปี 2007