Showing posts with label อุปโภค. Show all posts
Showing posts with label อุปโภค. Show all posts

Thursday, December 23, 2010

ลอรีอัล (L'OREAL)



ผลิตภัณฑ์และบริษัทในเครือ :

Giorgio Armani

Redken 5th Avenue NYC

Lancome Paris

Vichy

Cacharel

La Roche-Posay

Garnier

Biotherm

Maybelline

Ralph Lauren Perfumes


ลอรีอัล บริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่จากประเทศฝรั่งเศส ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1909 โดยนักเคมีชื่อ ยูชีน ชูแลร์ ปัจจุบันลอรีอัลได้ชื่อว่าเป็นผู้นำวงการเครื่องสำอางอันดับหนึ่งของโลก ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 15.8 เปอร์เซ็นต์ และยอดขาย 17,500 ล้านยูโร ในปี 2551 โดยมีผลิตภัณฑ์จำหน่ายอยู่ในกว่า 130 ประเทศ และเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางระดับโลกถึง 23 แบรนด์ สำหรับในประเทศไทย ลอรีอัลได้นำเข้า 19 แบรนด์ดังระดับโลก โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภค อย่าง ลอรีอัล ปารีส การ์นิเย่ เมย์เบลลีน กลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามชั้นสูงอย่าง ลังโคม ไบโอเธิร์ม ชูอูเอมูระ คีลส์ ราฟ ลอเรน จิออร์จิโอ อาร์มานี่ วิคเตอร์ แอนด์ รอล์ฟ ดีเซล คาคาเรล และอีฟ แซง โลรองซ์ กลุ่มผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่จำหน่ายผ่านทางเคาท์เตอร์ร้านขายยา อย่าง ลา โรช-โพเซย์ และวิชี่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับช่างทำผมมืออาชีพอย่าง ลอรีอัล โปรเฟสชันแนล เคเรสตาส และแมทริกซ์

ลอรีอัลกับอิสราเอล
การดำเนินงานของลอรีอัลในอิสราเอลเริ่มในกลางปี 1990 นับตั้งแต่นั้นลอรีอัลอิสราเอลซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทในอิสราเอลได้ดำเนินการสร้างโรงงานในเมืองมิจดาล ฮะอฺมิก ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของเขตอัล-ญะลีลในภาคเหนือของอิสราเอล การตั้งถิ่นฐานของยิวในบริเวณดังกล่าว เริ่มต้นขึ้นในปี 1952 บนที่ดินที่เคยเป็นหมู่บ้านอัล-มัจดีลของชาวปาเลสไตน์ โดยชาวบ้านที่เคยอยู่เดิมส่วนที่รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มาได้ก็ยังคงถูกปฏิเสธสิทธิที่จะกลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา ทั้งยังถูกปฏิเสธสิทธิที่จะซื้อหรือเช่าอาศัยอยู่ในส่วนหนึ่งของเมืองใดเพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ชาวยิว

โรงงานของลอรีอัลอิสราเอลใช้แร่ธาตุในทะเลเดดซีผลิตสินค้าภายใต้ชื่อ "เนเชอรัล ซี บิวตี้” (Natural Sea Beauty)ที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยัง 22 ประเทศ โดยหนึ่งในสามของชายฝั่งตะวันตกของทะเลเดตซีทอดตัวอยู่ในเขตเวสต์แบงค์ซึ่งชาวอิสราเอลครอบครอง ขณะที่ตลอดทั้งชายฝั่งและทรัพยากรในนั้น ชาวปาเลสไตน์ถูกปิดกั้นอย่างเป็นระบบโดยทหารอิสราเอลที่เข้ายึดครอง

กิจกรรมของลอรีอัลในอิสราเอลไม่จำกัดแต่เฉพาะการก่อตั้งลอรีอัลอิสราเอลเท่านั้น. ทว่าลอรีอัลยังได้สนับสนุนความก้าวหน้าด้านต่างๆของอิสราเอล โดยได้ให้เงินจำนวน100,000เหรียญสำหรับรางวัล “ความสำเร็จตลอดชีพ”แก่นักวิทยาศาสตร์อิสราเอลของสถาบันวิทยาศาสตร์ไวส์แมนน์เมื่อเดือนกรกฎาคม2008 ขณะที่นักวิชาการและนักศึกษาชาวปาเลสไตน์ยังคงถูกอิสราเอลขัดขวาง และสร้างมาตรการกดดันอื่นๆ เพื่อก่อความลำบากในการดำเนินชีวิตด้านต่างๆ รวมถึงด้านการศึกษาและการวิจัย ตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันไวส์แมนน์ สถานที่แห่งนี้ก็ได้กลายเป็นศูนย์กลางหลักในการวิจัยลับและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเคมี และอาวุธชีววิทยา โดยทำในนามของกองทัพอิสราเอล ดังนั้นสถาบันที่ได้รับการส่งเสริมจากลอรีอัลแห่งนี้จึงเป็นหนึ่งในหลาย ๆ สถาบันวิชาการของอิสราเอลที่สมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาลในการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและละเมิดสิทธิมนุษยชนของชาวปาเลสไตน์ ทั้งยังมีวัตถุประสงค์ที่จะรณรงค์ให้มีการคว่ำบาตรทางวิชาการแก่ชาวปาเลสไตน์อีกด้วย

บอดี้ช๊อบ (Body Shop) หนึ่งในสินค้าลอรีอัลที่มีชื่อเสียงในฐานะแบรนด์ดังระดับโลก มีค่านิยมหลักที่โดดเด่นคือ "เราไม่เคยกลัวที่จะเอาชนะความอ่อนแอและการเสียเปรียบ และเรายังคงรณรงค์เพื่อความยุติธรรมทางสังคมและสิทธิมนุษยชน” แต่บริษัทแม่ของผลิตภัณฑ์ดังกล่าวกลับมีความเกี่ยวข้องกับการเมืองในเชิงลึก และทำกำไรโดยการมีส่วนร่วมกับนโยบายเลือกปฏิบัติของรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนใดๆในการเข้าครอบครองดินแดนของชาวปาเลสไตน์ และก่อความเสียหายอย่างไร้ความยุติธรรม

ในปี 1998 นายปาสกาล มาร์ติน ผู้บริหารของลอรีอัลได้รับรางวัลจากนายเนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลขณะนั้น นับเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดาบุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
http://www.inminds.com/boycott-l-oreal.html/ http://electronicintifada.net/v2/article10049.shtml


โมโตโรล่า



โมโตโรล่า(Motorola) ยักษ์ใหญ่ด้านโทรคมนาคมจากสหรัฐอเมริกา เริ่มกิจการเมื่อ ค.ศ. 1928 ในชื่อ เกลวิน แมนูแฟคเจอริ่ง คอเปอเรชั่น และเปลี่ยนชื่อมาเป็นโมโตโรล่าในปี ค.ศ. 1947 ผู้ก่อตั้งคือนายพอล เกลวิน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ส่วนมากของโมโตโรล่าเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์รับสัญญาณดิจิตอล เคเบิลโมเด็ม วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ บลูทูธ กล้องวงจรปิด รวมถึงอุปกรณ์สื่อสารทางการทหาร

โมโตโรล่ากับรัฐยิว

ในปี 1998 บริษัทโมโตโรล่าได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนายเบญจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอลในขณะนั้น ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดาบุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล

กล่าวได้ว่าโมโตโรล่าคืออาวุธของกระทรวงกลาโหมอิสราเอล เพราะมีส่วนช่วยให้อิสราเอลดำเนินนโยบายปราบปรามชาวปาเลสไตน์ได้สะดวกขึ้น โมโตโรล่าสนับสนุนอุปกรณ์ทางการทหารให้กองทัพอิสราเอลเข้ายึดครองดินแดนและกดขี่พี่น้องชาวปาเลสไตน์ จากหลักฐานที่ปรากฏ อาทิเช่น ชนวนระเบิดที่ทิ้งทางอากาศ ปลอกกระสุน และเครื่องเรดาร์ชั้นสูง

ตามข้อตกลงความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมอิสราเอล โมโตโรล่าอิสราเอล คือผู้ทำการวิจัย และพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับควบคุมการระเบิดเครื่องบิน และอุปกรณ์นำทาง โมโตโรล่าอิสราเอลคือผู้ผลิตหลักสำหรับอุปกรณ์ควบคุมการระเบิดของเครื่องบินรบอิสราเอล

อุปกรณ์ดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการกำหนดวิธีการ และการทำงานของระเบิด หนึ่งในอุปกรณ์จุดฉนวนระเบิดที่โมโตโรล่าผลิตคือ 980 Low Altitude Proximity Fuse สำหรับระเบิดอานุภาพทำลายล้างสูงตระกูล MK-80

วันที่ 30 กรกฎาคม 2006 ในสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นต่อชาวเลบานอน อิสราเอลได้ใช้เครื่องบินรบบรรทุกระเบิด MK-84 เข้าโจมตีชาวเลบานอน ซึ่งเป็นระเบิดที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงในตระกูล MK-80 อานุภาพการทำลายล้างที่รุนแรงของระเบิดในตระกูลนี้ได้สร้างความเสียหายอย่างมากในเลบานอน โดยที่อพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่งในเมืองกอนาของเลบานอน ได้ถูกโจมตีเสียหายอย่างหนักทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 28 คน รวมถึงเด็กๆ ด้วย อิสราเอลยอมรับว่าการทำลายล้างในครั้งนั้นเป็นผลมาจากระเบิด MK-84 ที่มีโครงสร้างผลิตในสหรัฐ และอิสราเอลได้นำมาพัฒนาให้มีอานุภาพในการทำลายล้างเพิ่มขึ้น ด้วยการติดตั้งอุปกรณ์นำทาง และชุดควบคุมการระเบิดของโมโตโรล่า

หลังจากความโหดร้ายที่อิสราเอลได้กระทำไว้กับชาวเมืองกอนาของเลบานอน อิสราเอลได้สั่งซื้อระเบิด MK-84 จากสหรัฐเพิ่มอีกกว่า 3,500 ลูก และในอาชญากรรมสงครามที่อิสราเอลก่อขึ้นในดินแดนฆอซซะฮฺเมื่อต้นปี 2009 อิสราเอลได้ใช้ระเบิด MK-84 ขนาด 1 ตัน ซึ่งไม่เคยมีการใช้ที่ใดมาก่อน ในการทำลายสาธารณูปโภคพื้นฐานของชาวปาเลสไตน์

จากการก่ออาชญากรรมสงครามของอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ในดินแดนฆอซซะฮฺ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ค้นพบส่วนประกอบของขีปนาวุธที่ผลิตโดยโมโตโรล่า ระเบิดดังกล่าวถูกปล่อยลงมาจากเครื่องบินไร้คนขับที่ควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ (Unmanned aerial vehicles :UAVs) ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวในอิสราเอล เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะของโมโตโรล่าเท่านั้น นี่เป็นเครื่องพิสูจน์ที่สำคัญถึงความใกล้ชิดระว่างอิสราเอล และโมโตโรล่า และล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2009 ที่ผ่านมา อิสราเอลได้ตกลงซื้อ ชุดควบคุมลูกระเบิดจากโมโตโรล่ามูลค่ากว่า 20 ล้านดอลล่าสหรัฐ

นอกจากนี้โมโตโรล่ายังได้ถือหุ้น 9% ในบริษัทอัฟคอนอินดัสทรี่ของอิสราเอล ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์ตรวจจับโลหะที่ใช้ในจุดตรวจต่างๆ ของอิสราเอลในการยึดครองดินแดนเวสแบงค์ และฆอซซะฮฺ ในเดือน ธันวาคม 2008 อัฟคอนชนะการประมูลในการจัดหาอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยสำหรับระบบขนส่งทางรถไฟของอิสราเอลที่สร้างบนดินแดนของชาวปาเลสไตน์ที่เชื่อมต่อกรุงเยรูซาเล็มฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน เพื่อหวังยึดครองพื้นที่ดังกล่าวมาตั้งเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ของรัฐก่อการร้ายอิสราเอล

แหล่งข้อมูลอ้างอิง http://www.inminds.co.uk/boycott-motorola.php

Wednesday, December 15, 2010

บริษัท ซาร่า ลี (Sara Lee)



ซาร่า ลี ( Sara Lee) เป็น บริษัทสัญชาติอเมริกา จำหน่ายสินค้าครอบคลุมประมาณ 200 ประเทศทั่วโลก และบริษัทข้ามชาติรายนี้อยู่ในเมืองไทยมากว่า 20 ปี เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค อันได้แก่ กาแฟมอคโคน่า (Moccona) ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องหนังกีวี (Kiwi) น้ำยาทำความสะอาดพื้นกีวี คลีน (Kiwi Kleen) น้ำหอมปรับอากาศแอมบิเพอร์ (Ambi Pur) ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงริดเซ็คท์ (Ridsect) ชาพิควิค (Pickwick) เป็นต้น

และ เช่นเคยบริษัทอเมริกาที่เราต้องบอยคอตแห่งนี้ ไม่พลาดที่จะเคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรติสูงสุดที่อิสราเอลมอบให้กับบรรดา บุคคลและองค์กรที่ก่อประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของอิสราเอล โดยในปี 1998 นาย Lucien Nessim ตัวแทนบริษัทซาร่า ลี ได้รับรางวัล “จูบะลี อวอร์ด” จากนาย เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ณ เวลานั้น

นอกจากนี้บริษัทซาร่า ลี ยังได้เข้าถือหุ้นในบริษัท Delta Galil ซึ่งเป็นบริษัทผลิตสิ่งทอชั้นนำของประเทศอิสราเอล ทั้งนี้บริษัท Delta Galil ถือเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำทางด้านเครื่องนุ่งห่มของโลก ที่มีฐานการผลิตในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

http://www.inminds.co.uk/boycott-sara-lee.html